ไม้สักทองเป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก อันเนื่องมาจากเนี้อไม้มีคุณภาพสูง เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักชนิดหนึ่งสี่ของเนี้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง และมีลวดลายสีดำ เนื้อไม้ของไม้สักค่อนข้างที่จะละเอียด มีเสี้ยนตรง น้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการเลื่อย ไส และตบแต่ง แต่ก็มีความแข็งแรงพอสมควร

ไม้สักสามารถที่จะนำมาใช้งานได้แทบทุกอย่างเท่าที่ไม้เนื้อแข็งชนิดอื่น ๆ จะทำได้ เช่น นำมาใช้ในงานก่อสร้าง และโครงสร้างของที่อยุ่อาศัย ใช้ทำดาดฟ้าเรือ ใช้ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ และใช้ในการแกะสลักได้อย่างยอดเยี่อม ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไม้สักยังมีความต้านต่อปลวก เชื้อรา เห็ดต่าง ๆ ทนต่อกรด ไม่ทำให้เหล็กเป็ฯสนิม ตลอดทั้งทนทานต่อลมฟ้าอากาศที่จะทำลายเนื้อไม้ ดังจะเห็นได้จากสภาพของโบสถ์ วิหารที่มีอายุหลายร้อยปีที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักในจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือของไทย

ไม้สักในประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลกและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก ในสมัยก่อนไม้สักค่อนข้างจะหาง่ายและราคาไม่แพง ประชาชนสามารถสร้างบ้านทั้งหลังโดยใช้ไม้สักล้วน ๆ ได้ แต่ในปัจจุบันไม้สักในป่าธรรมชาติกำลังจะหมดไป เพราะความต้องการใช้สูง รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลุกไม้สักเพื่อใช้เองหรือเพื่อการค้าได้ และเนื่องจากความต้องการใช้ไม้มีมาก และนับวันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องราคาและการตลาดสำหรับไม้ชนิดนี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นไม้ขนาดเล็กที่ได้จากการตัดสางขยายระยะ หรือไม้ซุง เมื่อมีการตัดมาใช้ประโยชน์ครั้งสุดท้ายก็ตาม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สักทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สักทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อิทธิพลของการปลูกสักผสมยูคาลิปตัส ต่อการระบาดของมอดป่าเจาะต้นสัก

โดย สุรชัย ชลดำรงค์กุล และพรทิพย์ ผลวิชา เผยแพร่ การสัมมนา 50 ปี สวนสักห้วยทากเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี 5-8 สิงหาคม 2535 โรงแรงเวียงทอง จังหวัดลำปาง น.239-246;2535

การศึกษาอิทธิพลของการปลูกสักผสมยูคาลิปตัสต่อการระบายของมอดป่าเจาะต้นสัก เพื่อลดความรุนแรงของปัญหามอดป่าเจาะต้นสัก ได้ดำเนินการในสวนป่าไม้สักอายุ 7 ปี จำนวน 3 แห่ง คือ สวนป่าวังชิ้น ส่วนป่าแม่นาพูน และสวนป่าแม่ยมแม่แปง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ซึ่งปลูกทั้งไม้สักชนิดเดียว และปลูกสักผสมยูคาลิปต้ส พบว่า การปลูกสักผสมยูคาลิปตัส สามารถลดความเสียหายและความหนาแน่นของประชากรมอดป่าเจาะต้นสักได้ในระดับหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงที่ปลูกชนิดเดียว

งายวิจัย:การพัฒนาการวิจัยแมลงศัตรูตันสักในประเทศไทย

โดย นางสาวฉวีวรรณ หุตะเจริญ เผยแพร่ การสัมมนา 50 ปี สวนสักห้วยทากเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี 5-8 สิงหาคมจังหวัดลำปาง

การศักษาแมลงศัตรูต้นสักของประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 โดยเริ่มจากมอดป่าเจาะต้นสัก แต่เป็นเพียงการสำรวจ และสังเกตการณ์ทางชีววิทยาโดยทั้วไป ต่อมาได้มีการศึกษาหนอนผีเสื้อกินใบสัก ซึ่งมีการทำลายใบสักให้เกิดความเสียหายในพื้นที่กว้างขวางจนต้องมีการตั้งศูนย์ปรามศัตรูป่าไม้ขึ้น เพื่อทำการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูต้นสักเป็นวัตถุประสงค์หลัก และการป้องกันกำจัดได้ทำกันอย่างกว้างขวางโดยใช้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis

กรศึกษาวิจัยได้ครอบคลุมไปถึงแมลงศัตรูดอกและเมล็ดไม้สัก แมลงศัตรูของไม้สักอื่น ๆ ยังคงเป็นการสำรวจและสังเกตการณ์อยู่ เนื่องจากขาดนักวิชาการที่จะมาปฏิบัติงานวิจัย ในปี พ.ศ.2531 ได้มีการรวบรวมแมลงศัตรูต้นสักที่พบในประเทศไทย พบว่ามีทั้งสิ้น 56 ชนิด และในปีเดียวกันนั้น ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น จึงได้มีการศึกษามอดป่าเจาะต้นสักอย่างจริงจัง โดยได้มีการศักษาสารฮอร์โมนทางเพศ การเลี้ยงหนอนด้วยอาหารเทียม ศึกษาพลวัตรของประชากรและพฤติกรรมอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การป้องกันกำจัด และในปัจจบันยังได้ดำเนินการศึกษาแมลงศัตรูธรรมชาติของหนอนกินใบสักด้วย

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

งานวิจัย:ความแตกต่างทางพันธุ์ของการเจริญเติบโตและลักษณะภายนอกบางประการของไม้สัก

โดย สุภัทรา ถึกสถิตย์ วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต วิทยาศาสตร์(วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) โครงการสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา (Environmental Science) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาความแตกต่างทางพันธุ์จากต่างแหล่งในการเจริญเติบโตและลักษณะภายนอกบางประการ นอกจากนี้ยังศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้สัก รวมทั้งการศึกษาความสนใจใจการทำฟาร์มไม้สัก งานวิจัยนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและการพัฒนาของไม้สัก เพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต ในการศึกษาการเจริญเติบโตของไม้สักอายุ 15 ปี ในClone Band ของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด

ในสภาพฟาร์มไม้สักที่มีการจัดการดี ความแตกต่างทางพันธุ์ในลักษณะการเจริญเติบโตมีน้อย หลังจากการให้น้ำหยดติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปี ความแตกต่างในความสูงและความโตของไม้สัก อายุ 32 เดือน มีความแตกต่างระหว่าง block ในการศึกษาการให้น้ำกล้าไม้สัก พบว่ากล้าไม้สักจากเหง้าสักทนต่อสภาพแห้งแล้งกว่ากล้าไม้สักที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

การศึกษาพบว่าพื้นที่ผิวใบของกล้าไม้สักที่มีการให้น้ำแตกต่างกัน จะเพิ่มขึ้นในทิศมางเดียวกันในสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่ 2 ส่วนการให้น้ำเพียงครั้งเดียวในช่วงปลูก พื้นที่ผิวใบจะลดลงมากในสัปดาห์ที่สาม และจะตายหมดในสัปดาห์ที่ 4

ในการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการปลูกป่าเสริมธรรมชาติ ทั้งสองกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการปิดป่าสัมปทาน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าของฟาร์มมีพื้นที่ส่วนป่าสักน้อยกว่า 100 ไร่ ปลูกสักโดยใช้เหง้าด้วยระยะห่าง 2x4 เมตร ไฟป่า แมลง และโรค เป็นปัญหาสำคัญในฟาร์มป่าไม้สัก ไม้สักที่ปลูกจะจำหน่ายแก่ตลาดใกล้เคียง

รายได้และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของการปลูกไม้สัก

ในการหาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักนั้น ได้มีการศึกษาในพื้นที่ที่ต้นสักเจริญเติบโตดี โดยกำหนดรอบตัดฟันไว้ 15 ปี อัตราการเจริญเติบโต (เส้นผ่านศูนย์กลาง) 2.0-2.5 เซนติเมตร ต่อปี มีการตัดไม้บำรุงป่าในปีที่ 6 และตัดสางขยายระยะในปีที่ 11 ได้ปริมาณ 3 ลูกบาศก์เมตร ต่อไร่ ปลูกระยะห่าง 2x4 เมตร จำนวน 200 ต้น ต่อไร่ (อายุ 1-5 ปี มีต้นไม้หลังการรอดตาย 180 ต้น ต่อไร่ อายุ 6-10 ปี มีต้นไม้ 90 ต้น ต่อไร่ และอายุ 11-15 ปี มีต้นไม้ 45 ต้น ต่อไร่) และผลผลิตเมื่อไม้มีอายุครบรอบตัดฟันจะมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 12 ลูกบาศก์เมตร ต่อไร่ มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงระยะเวลา 15 ปี คิดเป็นเงินรวม 6,000 บาท ต่อไร่ และเมื่อคิดอัตราส่วนลด หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 15% ในระยะเวลา 15 ปี จะต้องเสียดอกเบี้ยรวม 22,000 บาทต่อไร่ เมื่อรวมกับต้นทุนดังกล่าวข้างต้น จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเมื่อครบเวลา 15 ปี เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 28,000 บาท ต่อไร่

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคการล้มและตัดทอนไม้สักทอง

ไม้สักทอง เป็นไม้ดีมีคุณภาพ และราคาแพง วัตถุประสงค์ของผู้ปลูกคือต้องการต้นไม้ที่มีลำต้นโตเปลาตรง และเนื้อไม้มีลวดลายสวยงาม จึงพยายามหาวิธีการปลูกและบำรุงรักษาอย่างประณีต เพื่อให้ไม้สักทองโตเร็ว รูปทรงของลำต้นเปลาตรง สวยงาม ตามความต้องการ วิธีการล้มและตัดทอนไม้สักทองเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากสำหรับการจัดสวนไม้สักทอง ผู้ปลูกไม้สักทองควรทราบเพื่อนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาตัดไม้สักทองในสวนป่าที่ปลูกไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ให้ได้ไม้สักทองที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงต่อไป

การเตรียมการล้มไม้
การล้มไม้ เป็นงานที่มีอันตรายมากที่สุดในการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องการคนงานที่มีความชำนาญและต้องการวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ การล้มไม้เป็นหมู่ควรจะต้องำหนดระยะห่างของคนงานที่เข้าล้มไม้ไว้ให้มากพอสมควรเพื่อไม่ให้ต้นไม่ล้มลงมาทับพนักงานล้มไม้คนอื่น ๆ โดยคำนวณระยะทางล้มของต้นไม้จากความยาวของต้นไม้ 2 ต้น สำหรับในป่าที่ไม่สามารถเห็นต้นไม้ได้ชัดเจนควรกำหนดระยะทางเผื่อไว้เท่ากับความยาวของต้นไม้ 4 ต้น
การกำหนดทิศทางของต้นไม้ที่จะล้ม ควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางที่จะบังคับให้ต้นไม้ล้มหรือการใช้ลิ่ม การเอนของต้นไม้ ลม สิ่งกีดขวางทางล้มของต้นไม้และสิ่งกีดขวางบนพื้นดิน นอกจากนั้นควรมองหาทางหลบภัยในขณะที่ไม้ล้มไว้ด้วย เมื่อได้กำหนดทิศทางล้มของต้นไม้ไว้แล้ว เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรวางไว้ในด้านตรงข้ามกับทิศทางที่ต้นไม้ล้มข้างหลังต้นไม้ ทำการแผ้วถางพื้นที่รอบ ๆ ต้นไม้ที่จะทำการโค่นให้เตียน ถางทางหลบภัยขณะทีต้นไมัล้มลงให้เตียนไว้ 2 ทางและไกลพอที่คิดว่าปลอดภัย และทางวิ่งหลบภัยทั้งสองด้านนี้ ควรทำมุมทางด้านข้างกับแนวด้านหลังของต้นไม้ 45 องศา รอบ ๆ โคนต้นไม้ทีทำการโค่นล้ม ควรใช้มีดหรือขวานถากเปลือกตามแนวรอบ ๆ บริเวณที่จะตัดให้เรียบก่อนเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โซ่เลื่อยทื่อเร็วเกินไป

การล้มไม้ขนาดเล็ก
ไม้ขนาดเล็ก เช่น ไม้ตัดสางขยายระยะ โดยปกติจะใช้พนักงานเลื่อยยนต์เข้าดำเนินการเพียงคนเดียว ส่วนการลิดกิ่งหรือตัดทอนกิ่งไม้นั้นจะใช้ขวานโดยใช้คนงานเป็นหมู่ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป การตัดทอนกิ่งไม้นี้ถ้าคนงานรู้จักวิธีใช้เลื่อยยนต์แล้ว จะได้เปรียบกว่าการใช้ขวานมาก
ต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่โคนต้นประมาณ 60 เซนติเมตร และมีรูปทรงปกติ จะสามารถบังคับให้ต้นไม้ล้มไปในทิศทางที่ต้องการได้ง่าย หลังจากที่พนักงานล้มไม้ได้กำหนดทิศทางการล้มไม้ของต้นไม้แล้ว และถางวัชพืชบริเวณโคนต้น และทำทางหลบภัยในขณะไม้ล้มไว้แล้ว ก็ใช้เลื่อยยนต์ทำบากหน้าก่อน การบากหน้าควรบากให้ลึกเข้าไปในเนื้อไม้ประมาณ 1/5-1/4 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไม้ และพยายามบากหน้าให้ชิดดิน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ให้มากที่สุด นอกจากนั้น การตัดไม้ที่เหลือตอไว้สูง อาจจะทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติงานในภายหลังได้เหมือนกัน การบากหน้า ควรทำมุมประมาณ 45 องศา
การทำบากหน้า ควรใช้เลื่อยยนต์ตัดเป็นแนวเฉียง 45 องศาก่อน แล้วจึงตัดตามแนวนอน โดยพยายามให้แนวนอนพบกับแนวเฉียงเป็นเส้นตรง การทำบากหน้า ควรให้หันหน้าไปตามทิศทางการล้มของต้นไม้ เป็นมุม 90 องศา การบากหน้ามีความสำคัญสำหรับการล้มไม้มาก ถ้าเราทำบากหน้าไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ทิศทางการล้มของต้นไม้อาจไม่เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ
การทำลัดหลังจะต้องพยายามให้อยู่ในแนวนอน และแนวอยู่สูงกว่าแนวของบากหน้า ประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ถ้าต้นไม้ที่ทำการล้มมีขนาดเล็กกว่าใบเลื่อย การลัดหลังสามารถทำได้ง่าย โดยการใช้เลื่อยยนต์ลัดหลังเพียงครั้งเดียวและด้านเดียว แต่ถ้าต้นไม่มีขนาดใหญ่กว่า การลัดหลังจะต้องใช้เลื่อยยนต์ตัดหลายครั้งและหลายด้าน

การล้มไม้ขนาดใหญ่
ต้นไม้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวมากกว่า 2 เท่าของความยาวของใบเลื่อย การบากหน้าจะต้องทำจาก 2 ด้านและเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้หนีบใบเลื่อยจะต้องบากหน้าตามแนวนอนก่อน แล้วจึงบากหน้าตามแนวเฉียงลงมาตัดกับแนวนอน ต่อไปใช้ปลายใบเลื่อยตัดเนื้อไม้เข้าไปให้ถึงศูนย์กลางของลำต้น โดยตัดเข้าไปทางด้านของบากหน้า ระดับเดียวกับแนวนอนของบากหน้า โดยให้มีแกนกลางเหลืออยู่ทั้ง 2 ด้านของต้นไม้หนาอย่างน้อย 5 เซนติเมตร แล้วจึงทำการลัดหลัง การลัดหลังจะต้องอยู่ในระดับความสูงกว่าแนวนอนของบากหน้า ไม่น้อยกว่า 10-20 เซนติเมตร สำหรับต้นไม้ที่มีพูพอนขนาดเล็กไม่ควรตัดถึงปีที่ พูพอนออกก่อน เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่า ถ้าเราปล่อยพูพอนไว้เช่นนั้น ถ้ามีความต้องการที่จะต้องตัดพูพอนออก เพื่อความสะดวกในการขนย้าย ก็สามารถทำได้สะดวกกว่าเมื่อได้โค่นไม้ล้มลงแล้ว แต่ถ้าใบเลื่อยสั้นเกินไปที่จะทำการโค่นล้มไม้ การตัดพูพอนออกก่อนในกรณีนี้จะช่วยทำให้การล้มไม้ง่ายขึ้น

การล้มไม้เอน
ถ้าต้นไม้ที่จะทำการล้ม เอนทิ้งน้ำหนักของลำต้นไปทางเดียวกันกับที่จะทำการล้ม เทคนิคที่จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแตกร้าวของเนื้อไม้และเลื่อยยนต์ถูกไม้หนีบ มีดังต่อไปนี้
สำหรับไม้ขนาดเล็ก หลังจากทำการบากหน้าแล้ว การลัดหลังจะต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยทำลัดหลังทางด้านข้างทั้ง 2 ด้านเสียก่อน แล้วจึงทำการลัดหลังส่วนที่เหลือภายหลัง
สำหรับไม้ขนาดใหญ่ การทำบากหน้าต้องไม่ลึกมากกว่า 1/4 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไม้ มิฉะนั้นใบเลื่อยจะถูกไม้หนีบได้ แล้วทำการลัดหลังจะต้องใช้ปลายใบเลื่อยตัดเจาะเข้าไปทางด้านข้างของลำต้นด้านหนึ่งก่อน ถ้าเป็นไม้ขนาดใหญ่ จะต้องใช้ปลายใบเลื่อยตัดเจาะเข้าไปทางด้านข้างอีกด้านหนึ่งด้วย เนื้อไม้ส่วนที่เหลือ ให้ใช้เลื่อยยนต์ตัดเป็นมุมทแยงลงมายังแนวที่ทำลัดหลังไว้ก่อนแล้ว
การล้มไม้ที่เอนประมาณ 30 องศา สามารถทำได้โดยทำบากหน้าให้หันไปตามทิศทางที่จะให้ไม้ล้มมุมของบากหน้าทางด้านที่ไม้เอนจะต้องเล็กกว่ามุมของบากหน้าทางด้านของทิศทางที่ไม้ล้ม และใช้ลิ่มใส่ทางด้านที่ไม้เอน เพื่อตอกช่วยบังคับทิศทางการล้มของไม้ด้วย

การทอนไม้
การล้มไม้ การลิดกิ่ง และการทอนไม้ ควรทำโดยพนักงานชุดเดียวกัน ให้ต่อเนื่องกันไป และให้เสร็จเรียบร้อยเป็นต้น ๆ ไป ในระหว่างทำการทอนไม้หรือลิดกิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่ พนักงานเลื่อยยนต์ควรจะต้องระมัดระวังและสังเกตดูว่าใบเลื่อยจะถูกไม้หนีบหรือไม่ หรือไม่ซุงที่กำลังตัดทอนอยู่นั้น เมื่อตัดขาดแล้วจะกลิ้งมาทับพนักงานได้หรือไม่ ขณะปฏิบัติงานพนักงานเลื่อยยนต์ควรจะเลือกยืนทางด้านที่ปลอดภัยเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขา
สำหรับไม้ขนาดเล็ก พนักงานเลื่อยยนต์ไม่จำเป็นต้องมีผู้ช่วย การทอนไม้ขนาดเล็กบางครั้งสามารถใช้เลื่อยยนต์ทอนไม้ขาดได้ทีเดียว โดยไม่ต้องยกเลื่อยยนต์หลายครั้งและใช้ลิ่มเพียงอันเดียวก็เป็นการเพียงพอ สำหรับป้องกันไม่ให้ใบเลื่อยถูกไม้หนีบ แต่ไม้ขนาดใหญ่มีความจำเป็นต้องมีผู้ช่วยคอยให้ความช่วยเหลือ ในการหายไม้ที่จะตัดทอนร่วมกับพนักงานเลื่อยยนต์ และลูกมือจะต้องแผ้วถางบริเวณที่จะปฏิบัติงานให้เตียน เพื่อความสะดวกในการทำงาน ขณะปฎิบัติงานผู้ช่วยต้องคอยดูอย่างใกล้ชิดและใช้ลิ่มช่วย หรือใช้เลื่อยยนต์แทน เมื่อพนักงานเลื่อยยนต์เหนื่อย
กรณีที่ไม้มีขนาดใหญ่เกินกว่าใบเลื่อย การทอนไม้จำเป็นต้องทำหลาย ๆ ด้าน ซึ่งต้องมีการเคลื่อนย้ายเลื่อยยนต์หลายครั้ง โดยวิธีการตัดทอนดังกล่าวนี้สามารถตัดทอนไม้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางโตกว่า 2 เท่าของความยาวใบเลื่อย การใช้ลิ่มมีความจำเป็นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้หนีบใบเลื่อย สำหรับไม้ที่มีขนาดใหญ่มาก อาจจะตัองใช้ลิ่ม 2 อัน เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้บิดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ไม้หนีบใบเลื่อยก่อนที่การทอนไม้จะเสร็จสิ้นลง เมื่อพิจารณาเห็นว่าไม้เริ่มจะหนีบใบเลื่อย ให้รีบใส่ลิ่มเสียก่อนเมื่อตัดไม้เข้าไปลึกพอควร

การหมายไม้
การหมายไม้ หมายถึง การกำหนดความยาวของต้นไม้ที่ล้มเพื่อตัดทำเป็นซุงให้ได้คุณภาพดีที่สุดไม้ต้นหนึ่งอาจหมายตัดทอนเป็นซุงได้หลายท่อน การหมายไม้ซุงที่ทำออกจากสวนสักนั้นจะต้องอาศัยความรู้ความชำนาญ ต้องรอบรู้ถึงความต้องการของตลาด รวมทั้งจะต้องรู้ถึงสภาพของทางที่จะขนส่งไม้และยานพาหนะที่จะใช้ขนส่งไม้นั้น เพื่อจะได้หมายไม้เป็นท่อนซุงได้ถูกต้องตามความประสงค์
อย่างไรก็ดี การหมายไม้ที่ถูกต้องควรยึดหลักในการหมายไม้แต่ละท่อนว่า ให้ได้เนื้อไม้มากที่สุดให้ได้ซุงที่มีคุณภาพดีที่สุด และไม่ทิ้งส่วนของเนื้อไม้ที่ดีพอใช้ประโยชน์ได้ไว้ในป่า เนื่องจากไม้สักเป็นไม้ที่มีค่าและมีราคาแพง ฉะนั้นการหมายไม้สักจึงต้องทำกันอย่างละเอียดพิถีพิถัน ไม้ซุงสักที่มีคุณภาพดีมีความยาวมากจะได้ราคาดีไปด้วย ในตลาดไม้แปรรูปเมืองไทย ไม้ยาวมีราคาแพงกว่าไม้สั้น ฉะนั้นการพยายามให้ไม้ซุงที่หมายมีความยาวมากขึ้นเท่าใด ย่อมทำให้ได้ราคาขายดีขึ้นเท่านั้น

การคัดเลือกแม่ไม้สักทอง

ลักษณะในการพิจารณาคัดเลือกแม่ไม้สักทอง
การคัดเลือกแม่ไม้สักทองมีหลักในการพิจารณาอยู่หลายประการ ทั้งการพิจารณาจากลักษณะภายนอกและลักษณะภายใน ลักษณะภายนอกสามารถพิจารณาได้ทันที ตามหลักวิชาการใช้วิธีประเมินค่าลักษณะต่าง ๆ ของต้นไม้โดยการให้คะแนน ส่วนลักษณะภายในพิจารณาได้ยากเพราะจะต้องมีการโค่นต้นไม้หรือเลื่อยแปรรูปเสียก่อนจึงจะพิจารณาได้ ซึ่งหมายความว่าจะต้องเสียแม่ไม้ที่ให้เมล็ดไป แต่ถ้าเป็นการตัดกิ่งปักชำ หรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เมื่อโค่นแม่ไม้แล้วสามารถใช่หน่อจากต้นตอได้


ลักษณะในการพิจารณาคัดเลือกแม่ไม้สักทอง
การคัดเลือกแม่ไม้สักทองในประเทศไทย มีลักษณะในการพิจารณากว้าง ๆ ดังนี้


1.อายุของต้นไม้
ไม้สักทองที่สามารถนำมาทำเป็นแม่ไม้ได้นั้น ควรมีอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี ทั้งนี้ เพระาไม้สักทองที่ปลูกจะนำไปใช้ประโยชน์เมื่อมีอายุ ประมาณ 15 ปี ไม่ควรเลือกไม้สักทองที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี เป็นแม่ไม้ถึงแม้ว่าจะมีขนาดโตตามที่กำหนดไว้ก็ตามเพราะกล้าไม้ที่ได้จากแม่ไม้ที่มีอายุน้อยจะไม่แข็งแรงเท่าที่ควร


2. ลักษณะของลำต้น
ลักษณะภายนอกที่สำคัญประการแรกในการคัดเลือกไม้สักทองเพื่อใช้ทำแม่ไม้ ควรคัดเลือกที่มีลักษณะของลำต้นเปล่าตรง ไม่บิด คดงอ และกิ่งก้านไม่มาก ทั้งนี้ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการปลูกไม้สักทอง ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากลำต้น ไม้สักทองที่มีลำต้นเปล่าตรงจะขายได้ราคาแพงกว่าไม้สักทองที่ลำต้นคดงอ

3.ขนาดของลำต้น
ลักษณะภายนอกที่ควรพิจารณาอันดับต่อไป ก็คือ ขนาดของลำต้น ควรคัดเลือกต้นที่มีขนาดใหญ่กว่าต้นอื่น ๆ ในชั้นอายุเดียวกัน ซึ่งควรมีความโตทางเส้นรอบวงเฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร การคัดเลือกแม่ไม้สักทองโดยพิจารณาความโตเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากต้นไม้ขนาดใหญ่ย่อมให้ปริมาตรเนื้อไม้ที่สูงกว่า และไม้สักทองที่มีการเจริญเติบโตดี จะสามารถถ่ายทอดลักษณะการเจริญเติบโตที่สูมบูรณ์แข็งแรงไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย


4.เรือนยอด
รูปทรงเรือนยอดต้องเป็นพุ่ม ได้สัดส่วนกับความสูง รัศมีความกว้างของทรงพุ่มรอบเรือนยอดเท่ากัน น้ำหนักเรือนยอดไม่ถ่วงไปด้านใด้านหนึ่งมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ต้นไม้โค่นล้มได้ง่ายเมื่อเกิดลมพัดแรง


5.ลักษณะและคุณภาพของเนื้อไม้
วัตถุประสงค์ในการปลูกไม้สักทองนั้น นอกจากต้องการต้นไม้ที่รูปทรงดีและโตเร็วแล้วยังมีความต้องการเนื้อไม้สักทองที่มีลวดลายสวยงามด้วย ดังนั้น ต้นสักที่มีลวดลายสวยงามจึงเป็นที่ต้องการและควรคัดเลือกไว้เป็นแม่ไม้


6.ความต้านทานโรคและแมลง
ปัจจุบันสวนสักทองของทางราชการและเอกชนที่ปลูกไว้ มักจะประสบปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนเป็นจำนวนมาก จนเกิดความเสียหายบริเวณ ลำต้น ใบ กิ่งก้าน เปลือก หรือส่วนอื่น ๆ ดังนั้น การคัดเลือกแม่ไม้ไว้ทำพันธุ์ ต้องไม่ปรากฎว่ามีร่องรอยของโรคและแมลงรบกวนตามส่วนต่าง ๆ ของลำต้นดังกล่าวแล้ว


7.ความสามารถในการแตกหน่อ
ความสามารถในการแตกหน่อของไม้สักทอง จะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีการโค่นต้นไม้เสียก่อน แต่ก็เป็นผลดีในการปรับปรุงพันธุ์ การขยายพันธุ์โดยวิธีแตกหน่อ ในรุ่นต่อไปและการขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แม่ไม้สักทองควรจะต้องมีการแตกหน่อที่ดีและให้หน่อที่สมบูรณ์ด้วย


8.ความสามารถในการแตกรากของกิ่งปักชำ
ลักษณะในข้อนี้ มีความจำเป็นสำหรับการเตรียมกล้าไม้สักทองแบบเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อการปลูกสร้างสวนสักทองที่มีประสิทธิภาพในอนาคตการทดสอบความสามารถของแม่ไม้ในข้อนี้จำเป็นต้องมีทดลองเก็บข้อมูลไว้สำหรับการปรับปรุงพันธุ์


9.ความสามารถในการถ่ายทอดและดำรงพันธุ์
แม่พันธุ์ที่ดีต้องให้ลูกไม้ที่มีลักษณะเด่นเหมือนแม่พันธุ์นั้น กล้าไม้รุ่นต่อ ๆ ไปต้องไม่กลายพันธุ์ง่าย สามารถถ่ายทอดลักษณะที่ดีได้ตลอดไป ลักษณะเช่นนี้จะทราบได้ต้องใช้เวลาในการศึกษาทดลองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตัดสินใจได้

ที่มาของข้อมูล

หนังสือคู่มือการเกษตร
การปลูกและดูแลรักษาสวนป่า ไม้สักทอง ไม้เศรษฐกิจของชาติ
เรียบเรียงโดย ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์

บริการถ่ายภาพด้วยมืออาชีพ

...คลิกที่รูป....บริการถ่่ายภาพสุดประทับใจ¨ prewedding รับประริญญา พิธีการต่่าง ๆ แฟชั่นอีกมากมาย ติดต่อ : 0899274733 msn:tuchkay@hotmail.com