ไม้สักทองเป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก อันเนื่องมาจากเนี้อไม้มีคุณภาพสูง เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักชนิดหนึ่งสี่ของเนี้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง และมีลวดลายสีดำ เนื้อไม้ของไม้สักค่อนข้างที่จะละเอียด มีเสี้ยนตรง น้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการเลื่อย ไส และตบแต่ง แต่ก็มีความแข็งแรงพอสมควร

ไม้สักสามารถที่จะนำมาใช้งานได้แทบทุกอย่างเท่าที่ไม้เนื้อแข็งชนิดอื่น ๆ จะทำได้ เช่น นำมาใช้ในงานก่อสร้าง และโครงสร้างของที่อยุ่อาศัย ใช้ทำดาดฟ้าเรือ ใช้ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ และใช้ในการแกะสลักได้อย่างยอดเยี่อม ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไม้สักยังมีความต้านต่อปลวก เชื้อรา เห็ดต่าง ๆ ทนต่อกรด ไม่ทำให้เหล็กเป็ฯสนิม ตลอดทั้งทนทานต่อลมฟ้าอากาศที่จะทำลายเนื้อไม้ ดังจะเห็นได้จากสภาพของโบสถ์ วิหารที่มีอายุหลายร้อยปีที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักในจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือของไทย

ไม้สักในประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลกและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก ในสมัยก่อนไม้สักค่อนข้างจะหาง่ายและราคาไม่แพง ประชาชนสามารถสร้างบ้านทั้งหลังโดยใช้ไม้สักล้วน ๆ ได้ แต่ในปัจจุบันไม้สักในป่าธรรมชาติกำลังจะหมดไป เพราะความต้องการใช้สูง รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลุกไม้สักเพื่อใช้เองหรือเพื่อการค้าได้ และเนื่องจากความต้องการใช้ไม้มีมาก และนับวันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องราคาและการตลาดสำหรับไม้ชนิดนี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นไม้ขนาดเล็กที่ได้จากการตัดสางขยายระยะ หรือไม้ซุง เมื่อมีการตัดมาใช้ประโยชน์ครั้งสุดท้ายก็ตาม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตันสัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตันสัก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

งานวิจัย:ความสัมพันธ์ระหว่างการเจริญเติบโตของช่อดอกสักกับชนิดของแมลงบนช่อดอก

โดย สรุชัย ชลดำรงค์กุล และฉลีวรรณ หุตุเจริญ เผยแพร่ วารสารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 18(2):45-52;2529

การศึกษาความสัมพันธุ์ระหว่างการเจริญเติบโตช่อดอกสักและชนิดของแมลงบนช่อดอก ณ ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้สัก อำเภองาว จังหวัดลำปาง เพื่อหาแมลงศัตรูที่แท้จริงของช่อดอกในระยะต่าง ๆ ได้ดำเนินตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2528 พบว่า ดอกสักเริ่มแทงช่อตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคมและจะเริ่มผลตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แมลงที่พบบนช่อดอกสักตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม มี 14 ชนิด เป็นแมลงศัตรูดอกสัก 11 ชนิด และแมลงชนิดอื่นที่ไม่เป็นศัตรูต่อดอกสักอีก 3 ชนิด คือ มดดำ เหลือบ และผึ้งโพรง

สำหรับแมลงศัตรูดอกสักที่พบตลอดระยะการเติบโตของช่อดอกสัก คือ เพลี้ยกระโดดชนิด Macharota elegans Maa ซึ่งจะดูดน้ำเลื้ยงของช่อดอกสัก ตั้งแต่ยอดสักยังไม่แทงช่อดอกจนกระทั่งติดผล หลังจากดอกสักแทงช่อแล้ว ตั๊กแตนหนวดยาว Euconocephalus sp. จะกัดกินดอกตูมมากในเดือนกรกฏาคม แมลงที่พบในช่วงระหว่างดอกตูมและดอกบาน คือ หน่อนผีเสื้อกินดอกสักชนิด Pagida salvaris Walker หนอนปลอก หนอนบุ้งในวงศ์ Lymantriidae หนอนผีเสื้อกินใบสักชนิด Hyblaea puera (cramer) เพลี้ยกระโดด ptyelus sp. และ Leptocentrus sp. สำหรับในช่วงดอกสักเริ่มติดผลแล้ว E.machaeralis Walker และหนอนผีเสี้อลายจุดชนิด Dicho-crosis punctiferails Guenee จะร่วมกันทำลายผลอ่อน

งานวิจัย:ชีวประวัติและการทำลายของหนอนสร้างปมในลำต้นสัก

โดย คุณสังวล รัตนจันทร์ เผยแพร่ การประชุมวิชาการป่าไม้ ประจำปี 2537 ,21-25 พฤษจิกายน 2537 โรงแรมวังใต้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎานี

ตัวหนอนของด้วงหนวดยาว ชนิด Acalolepta cervinus (Hope) ได้สร้างปัญหาโดยสร้างปมที่ลำต้นและมีผลทำให้ตันสักหักโค่น จึงได้มีการศึกษาชีวประวัติ ความเสียหาย และลักษณะของปมที่เกิดในต้นสัก ที่ศูนย์วิจัยและควบคุมศัตรูพืช ป่าไม้ที่ 3 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบว่า ตัวเต็มวัยออกจากดักแด้ในต้นสักในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ผสมพันธุ์และวางไข่ในเวลาต่อมา ระยะไข่ไช้เวลา 10-14 วัน ตัวอ่อนอาศัยกินเนื้อเยื่อที่มีชีวิตในต้นสักและกระตุ้นให้ต้นสักสร้างปมโตขึ้นและชอนไชกินอยู่ใต้เปลีอกรอบปมนี้ การทำลายของตัวหนอนไม่ทำให้สักตาย แต่การกัดกินของตัวหนอนที่รุนแรงทำให้ต้นสักหักโค่น ณ จุดที่เป็นปมนั้น

การหักโค่นไนพื้นที่พบสูงถึง 50% การหักโค่นทำให้เกิดการแตกยอดด้านข้าง ปมเก่ามักจะถูกปลวกกันกินจนพรุนและเป็นแหล่งอาศัยของมด การเกิดปมในสักอายุ 1-2 ปี มีผลทำให้การเจริญเติบโตลดลง แต่ไม่มีผลในสักที่มีอายุมากขึ้น และสักอายุเกินกว่า 4 ปี มีเปลือกแข็งจะพบการทำลายน้อยลง ต้นสักหนื่ง ๆ มักจะพบ 1-2 ปมโดยเฉลี่ย และความสูงของปมที่พบมักอยู่ช่วงระดับผิวดิน ถึง 90 เซนติเมตร โดยทั่วไปจะไม่พบเกินกว่าระดับ 2.5 เมตร

ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ด้วงมาวางไข่โดยการพ่นสารกำจัดแมลง จึงแนะนำพ่นสารกำจัดแมลงที่ลำต้นที่ระดับความสูงไม่เกิน 1.5 เมตร ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม การพ่นสารที่ลำต้นไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ การป้องกันมิให้ปลวกเข้าทำลายในปมเก่าจะสามารถรักษาเนี้อไม้ไว้ได้

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การจัดการสวนไม้สักทอง

ไม้สักทองสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ตามอายุและขนาดของไม้ที่ตัดออกมาจำหน่าย ตั้งแต่ไม้ซุงเพื่อแปรรูปใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ แกะสลัก ฯลฯ แต่การนำไปใช้ประโยชน์จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวิธีการจัดสวนป่าอย่างถูกต้องและเหมาะสม ขอแนะนำวิธีการจัดการสวนไม้สักทอง เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังนี้
  1. ไม้ซุงเพื่อใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน การปลูกสร้างสวนไม้สักทองที่มีวัตถุประสงค์จะนำไม้มาใช้ในลักษณะของไม้ซุง หรือแปรรูปเพื่อใช้ในการก่อสร้างควรกำหนดระยะเวลาที่จะนำมาใช้ประโยชน์ 20-30 ปี ใช้ระยะปลูกไม่น้อยกว่า 4x4 เมตร เพื่อที่จะไม่ต้องตัดสางขยายระยะต้นไม้ออกในระยะแรกเพราะจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน การปลูกสร้างสวนสักทองโดยวัตถุประสงค์นี้ หวังผลตอบแทนในระยะยาว ผู้ลงทุนจึงควรวางแผนอย่างรอบคอบก่อนที่จะดำเนินการเช่น ต้องมีเงินลงทุนเพียงพอตลอดโครงการ การปลูกสร้างสวนสักทองเพื่อผลิตไม้ซุงจะไม่มีปัญหาเรื่องตลาดประการใด ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันและอนาคตรัฐบาลไม่อนุญาตให้นำไม้สักจากป่าธรรมชาติออกมาใช้ประโยชน์อีกต่อไป ความต้องการใช้ไม้สักทองจึงมีมาก และราคานับวันจะสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  2. ไม้บาง การปลูกสร้างสวนสักทอง เพื่อใช้ประโยชน์ไม้ในลักษณะของไม้บาง ควรกำหนดรอบตัดฟันประมาณ 15-20 ปี ระยะปลูก 3x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร ไม้สักทองที่นำไปใช้ประโยชน์ จะต้องมีลักษณะเปลาตรงไม่มีตำหนิจากปุ่มตาและกิ่ง ดังนั้น จำเป็นต้องจัดการสวนสักทองอย่างประณีต เช่นควรทำการลิดกิ่ง และตัดสางขยายระยะในเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากการปลูกสร้างสวนสักทองมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไม้ส่งขายให้แก่โรงงานทำไม้บาง ดังนั้น การเลือกพื้นที่ปลูกไม่ควรอยู่ไกลจากโรงงานมากนัก เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสุง ระยะทางจากสวนป่าถึงโรงงานควรอยู่ระหว่าง 100-250 กิโลเมตร
  3. บ้านไม้ซุง เฟอร์นิเจอร์ และปาร์เก้ การใช้ประโยชน์ไม้สักทอง เพื่อใช้ทำบ้านไม้ซุง เฟอร์นิเจอร์และปาร์เก้นี้ มุ่งที่จะสนับสนุนให้นำไม้สักทองจากการตัดสางขยายระยะในสวนป่า มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และทำให้สามารถจำหน่ายไม้สักทองตัดสางขยายระยะจากสวนป่าได้ราคาสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะไม้สักทองที่ตัดสางขยายระยะจากสวนป่าอายุเกิน 10 ปี มีลักษณะกลมเปลาตรงและมีขนาดเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ บ้านไม้ซุง หรือปาร์เก้ได้อย่างสวยงาม แต่ในปัจจุบัน การใช้ประโยชน์ไม้สักทองตัดสางขยายระยะในสวนป่าของกรมป่าไม้และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยังจำหน่ายได้ราคาถูกมาก และยังไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ให้กว้างขวางและไม่มีตลาดรองรับที่แน่นอนจึงเป็่นการใช้ประโยชน์ไม้จากการตัดสางขยายระยะที่ไม่คุ้มค่าและเป็นการสูญเปล่าที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
  4. ไม้ขนาดเล็ก การจัดการสวนสักทองเพื่อนำไม้มาใช้ประโยชน์หลายอย่างในพื้นที่เดียวกันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะสั้นเพียง 5 ปี ก็นำไม้มาใช้ประโยชน์ทำไม้เสาขนาดเล็กได้แล้ว โดยกำหนดระยะปลูกให้ถี่ขึ้น เช่น 2x2 เมตร และตัดสางต้นเว้นต้นออกมาใช้ประโยชน์ครั้งแรกในปีที่ 5 ไม้ที่เหลือจะมีระยะห่าง 4x4 เมตร ก็สามารถจัดการเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ต่อไป การจัดการสวนสักทองเพื่อใช้ไม้ขนาดเล็กนี้ ถ้าในตลาดท้องถิ่นไม่มีความต้องการก็ไม่มีความจำเป็นต้องปลูกถี่ เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงขึ้นโดยได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า

การดูแลรักษาไม้สักทอง

การใส่ปุ๋ย
การปลูกไม้สักทองเชิงธุรกิจ การใส่ปุ๋ยเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตให้ต้นไม้ในระยะแรก นับว่ามีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีสภาพดินเลว ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15,22-11-11-หรือ 18-12-6 ให้แก่ต้นไม้ปีละ 2 ครั้ง ปีแรกใส่ครั้งละ 25 กรัม/ต้น ปีที่ 2 ใส่ครั้งละ 50 กรัม/ต้น ปีที่3 ใส่ครั้งละ 75 กรัม/ต้น ปีที่ 4-5 ใส่ครั้งละ 100 กรัม/ต้น

สำหรับปีต่อ ๆ ไป ควรใส่ปุ๋ยเฉพาะต้นสักที่มีขนาดเล็ก เพื่อช่วยเร่งให้เจริญเติบโตทันเท่าต้นอื่นเท่านั้น ในบางสภาวะถ้าสามารถใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูกหลุมละ 1 กิโลกรัม จะช่วยให้ต้นสักทองเจริญเติมโตได้ดีขึ้นมาก อัตราการใส่ปุ๋ยมากกว่านี้ โดยเฉพาะพื้นที่แห้งแล้วดินทราย จะต้องใส่ปุ๋ยมากกว่าอัตราที่กำหนดไว้อย่างน้อย 2 เท่า ตามคำแนะนำ

การลิดกิ่ง
การปลูกไม้สักทอง มีวัตถุประสงคืช์เพื่อต้องการไม้ที่มีคุณภาพดี เปลาตรง และปราศจากตำหนิจากปุ่มตา เมื่่อเวลาตัดไม้ขายจะได้ราคาแพง จึงจำเป็นต้องทำการลิดกิ่ง โดยเริ่มลิดกิ่งต้นสักในปีที่ 2 สำหรับปีแรก ควรทำเฉพาะตัดต้นสักที่ขึ้นแซมออก โดยคัดเลือกให้เหลือต้นที่แข็งแรงและลักษณะดีไว้เพียง 1 ต้นเท่านั้น

วิธีการลิดกิ่งที่ถูกต้อง จะต้องใช้กรรไกรหรือเลื่อยตัดกิ่งให้เรียบชิดขนานกับลำต้น ไม้ให้เหลือส่วนของโคนกิ่งไว้บนลำต้น และการตัดจะต้องไม่ทำให้เปลือกฉีกขาดและลำต้นได้รับอันตราย การลิดกิ่งและละครั้งควรเหลือเรือนยอดที่เป็นกิ่งสดไว้พอเพียงกับการเจริญเติบโตของต้นไม้นั้น โดยปกติจะลิดกิ่งแต่ละครั้งเพียง 1/3 เท่านั้น การลิดกิ่งทำปีละครั้งในฤดูแล้ง ซึ่งเป็นระยะที่ต้นไม้หยุดการเจริญเติบโต

สำหรับความสูงที่ต้องการลิดกิ่ง ขึ้นอยุ่กับลักษณะรูปทรงของต้นไม้ ความต้องการและวัตถุประสงค์ของผู้ปลูกว่าต้องการไม้ซุงที่มีลักษณะดียาวเท่าไร อย่างไรก็ตาม ควรทำการลิดกิ่งสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 6 เมตร และใช้ปูนขาวผสมน้ำทาตรงบริเวณรอยที่ตัดแต่งกิ่งออก เพื่อป้องกันเชื้อราเข้าทำอันตรายต้นสักในภายหลัง

การตัดสางขยายระยะ
คือการตัดต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นออกเพื่อช่วยให้ต้นไม้ที่เหลือมีโอกาสเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ วิธีการตัดสางขยายระยะมีหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ถ้าต้องการตัดสางเพื่อส่งเสริมการเติบโตของต้นไม้ที่เหลือเพียงอย่างเดียว ก็พิจารณาตัดต้นไม้ขนาดเล็ก แคระแกร็น คดงอ และเป็นโรคออก แต่ถ้าต้องการใช้ประโยชน์หรือนำไม้ที่ตัดออกมาจำหน่ายก็ควรใช้ตัดต้นเว้นต้น

กำหนดระยะเวลาในการตัดสางขยายระยะ ขึ้นอยุ่กับวัตถุประสงค์ระยะปลูก และอัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้ ถ้าปลูกระยะถื่และต้นไม้โตเร็ว การตัดสางขยายระยะก็จะต้องทำเร็วกว่าปลูกระยะห่าง อย่างไรก็ตาม มีหลักในการสังเกตอย่างง่าย ๆ ในการตัดสางขยายระยะต้นไม้ ก็คือ ให้เริ่มทำการตัดสางขยายระยะต้นไม้ เมื่อเรือนยอดของต้นไม้เริ่มเบียดชิดกัน

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับไม้สัก

ไม้สักมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Teak และชื่่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tectona grandis อยู่ในวงศ์ Verbenaceae มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก ต้นสักมีชื่อตามท้องถิ่น คือ
เคาะเยียโอ-ละว้า,เชียงใหม่
ปายี้-กะเหรี่ยง,กาญจนบุรี
บีอี ปีฮีอ เป้อยี-กะเหรียง,แม่ฮ่องสอน
สัก-ทั่วไป
เส่บายี้-กะเหรียง,กำแพงเพชร

ไม้สักทอง ได้ถูกยกย่องว่าเป็นไม้มงคล เพราะคำว่า "สัก"หรือ "สักกะ" หมายถึง พระอินทร์ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในสรวงสวรรค์ ขณะเดียวกันคำว่า "สัก" พ้องเสียงกับคำว่า "ศักดิ์" หมายถึง ยศถาบรรดาศักดิ์หรือศักดิ์ศรี ในทางศาสนาพราหมณ์เชื่อว่า ไม้สักทอง หมายถึง การมีสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองให้มั่นคงตลอดไป ดังนั้นจึงนิยมนำไม้สักทองปักก้นหลุมเสาเอก ในพิธีวางศิลาฤกษ์ โบสถ์วิหาร สถานที่สำคัญต่าง ๆ รวมทั้งบ้านที่พักอาศัย เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ามีไม้สักหรือตันสักในบ้านจะช่วยเพิ่มสง่าราศี และส่งผลให้ได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นที่เคารพยกย่องของบุคคลอื่น

ต้นสัก ถือเป็นพันธุ์ไม้สัญลักษณะประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่่องจากได้คนพบต้นสักใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อปี พ.ศ.2470 ที่วนอุทยานตันสักใหญ่ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ต้นสักดังกล่าวมีความสูงประมาณ 47 เมตร แต่ปัจจุบัจเหลือประมาณ 37 เมตร เนื่องจากเรื่อนยอดถูกลมพัดหักเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2520 วัดขนาดความโตโดยรอบต้นที่ระดับสูง 130 เซนติเมตร จากพื้นดิน 1,003 เซนติเมตร อายุประมาณ 1,500 ปี

ไม้สัก เป็นตันไม้ขนาดใหญ่ มักขึ้นเป็นหมู่ไม้สักล้วน ๆ พบเห็นได้ตามป่าเบญจพรรณ หรือป่าผสมผลัดใบ (Mixed deciduous forest) ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ประกอบด้วยตั้นไม่ขนาดใหญ่ ปละขนาดกลางหลายชนิด พื้นดินมักเป็นดินร่วนปนทราย ในฤดูแล้งต้นไม้ส่วนมากจะผลัดใบ และมักจะเกิดไฟป่าไหม่ลุกลามแทบทุกปี เมื่อเข้าฤดูฝนต้นไม้จึงผลิใบและกลับเขียวชอุ่มเหมือนเดิม ป่าเบญจพรรณนี้จะมีครอบคลุมอาณาเขต ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันตก เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ และพิจิตร และพบบ้างเล็กน้อยในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และกาญจนบุรี

ป่าแม่ยมเป็นป่าเบญจพรรณที่มีชื่อเสียงและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ไม้เด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของป่าแห่งนี้คือ ไม้สักทอง ความสวยงามของไม้สักทองอยู่ที่มีวงปีที่ชัด สีไม้จะออกสีเหลือง ซึ่งพบว่าเนื้อไม้สักทองมีทองคำบริสุทธ์ปะปนอยุ่ถึง 0.5 ppm คิดคร่าว ๆ ก็คือ หากนำไม้สักทอง 26 ต้น มาสกัดเนื้อทองจะได้ทองคำหนัก 1 บาทที่เดียว ดังนั้นไม้สักทองจึงเป็นที่หมายปองของหลาย ๆ คน ปัจจุบันพบว่าไม้สักทองที่มีอยู่ในโลกมีอยู่ 3 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ พม่า อินเดีย และประเทศไทย อนาคตของไม้สักทองในป่าแม่ยมดูจะไม่มั่นคงนัก เพราะไม่รุ้ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจให้มีการตัดป่าเพื่อก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเมื่อใด

อัตราการเจริญเติมโตของไม้สัก ขึ้นอยู่กับความลึก การระบายน้ำ ความชื้้้น และความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นหลัก สภาพที่เหมาะสำหรับปลูกไม้สัก คือดินแบบตะกอนทับถมที่มีผิวหน้าดินลึกและระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกลางและด่างเล็กน้อย ค่าpH ระหว่าง 6.5-7.5 ปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,200-2,000 มม./ปี ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 700 เมตร และหากปลูกในพื้นที่ที่มีฤดูแล้วแยกจากฤดูฝนอย่างชัดเจนจะทำให้เนื้อไม้สักมีลวดลายสวยงาม

ที่มาของข้อมูล

หนังสือคู่มือการเกษตร
การปลูกและดูแลรักษาสวนป่า ไม้สักทอง ไม้เศรษฐกิจของชาติ
เรียบเรียงโดย ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์

บริการถ่ายภาพด้วยมืออาชีพ

...คลิกที่รูป....บริการถ่่ายภาพสุดประทับใจ¨ prewedding รับประริญญา พิธีการต่่าง ๆ แฟชั่นอีกมากมาย ติดต่อ : 0899274733 msn:tuchkay@hotmail.com