เมื่อเตรียมที่เสร็จแล้ว ปักหลักหมายปลูก โดยใช้ไม้ผ่าซึกขนาดความยาวประมาณ 0.50-1.00 เมตร ปักตามระยะที่กำหนดไว้ ระยะปลูกที่เหมาะสม หากสภาพพื้นที่ดีมากอาจปลูกระยะ 4x4 เมตร (100 ต้น ต่อไร่) สภาพดีปานกลาง ควรปลูกระยะ 3x3 เมตร (178 ต้น ต่อไร่) หรือ 2x4 เมตร (200 ต้น ต่อไร่) ส่วนในสภาพพื้นที่ไม่ค่อยดี ควรปลูกให้ถี่หน่อย คือ 2x2 เมตร (400 ต้น ต่อไร่)
ไม้สักทองเป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก อันเนื่องมาจากเนี้อไม้มีคุณภาพสูง เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักชนิดหนึ่งสี่ของเนี้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง และมีลวดลายสีดำ เนื้อไม้ของไม้สักค่อนข้างที่จะละเอียด มีเสี้ยนตรง น้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการเลื่อย ไส และตบแต่ง แต่ก็มีความแข็งแรงพอสมควร
ไม้สักสามารถที่จะนำมาใช้งานได้แทบทุกอย่างเท่าที่ไม้เนื้อแข็งชนิดอื่น ๆ จะทำได้ เช่น นำมาใช้ในงานก่อสร้าง และโครงสร้างของที่อยุ่อาศัย ใช้ทำดาดฟ้าเรือ ใช้ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ และใช้ในการแกะสลักได้อย่างยอดเยี่อม ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไม้สักยังมีความต้านต่อปลวก เชื้อรา เห็ดต่าง ๆ ทนต่อกรด ไม่ทำให้เหล็กเป็ฯสนิม ตลอดทั้งทนทานต่อลมฟ้าอากาศที่จะทำลายเนื้อไม้ ดังจะเห็นได้จากสภาพของโบสถ์ วิหารที่มีอายุหลายร้อยปีที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักในจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือของไทย
ไม้สักในประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลกและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก ในสมัยก่อนไม้สักค่อนข้างจะหาง่ายและราคาไม่แพง ประชาชนสามารถสร้างบ้านทั้งหลังโดยใช้ไม้สักล้วน ๆ ได้ แต่ในปัจจุบันไม้สักในป่าธรรมชาติกำลังจะหมดไป เพราะความต้องการใช้สูง รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลุกไม้สักเพื่อใช้เองหรือเพื่อการค้าได้ และเนื่องจากความต้องการใช้ไม้มีมาก และนับวันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องราคาและการตลาดสำหรับไม้ชนิดนี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นไม้ขนาดเล็กที่ได้จากการตัดสางขยายระยะ หรือไม้ซุง เมื่อมีการตัดมาใช้ประโยชน์ครั้งสุดท้ายก็ตาม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พื้นที่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พื้นที่ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การเตรียมพื้นที่ในการปลูกสัก
การปลูกสักในเชิงธุรกิจ ควรเตรียมพื้นที่ปลูกโดยใช้เครื่องจักรกล เช่น ใช้รถแทร็กเตอร์ปรับที่และไถบุกเบิก 1 ครั้ง หากพื้นที่มีขนาดใหญ่ ควรแบ่งออกเป็นแปลงย่อย แปลงละประมาณ 50-100 ไร่ โดยปรับเป็นทางตรวจการรอบ ๆ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานและการดูแลรักษา
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การคัดเลือกพื้นที่
ก่อนเริ่มทำการเพาะปลูกไม้สักทองจะต้องพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับปลูกไม้สักทองเสียก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งได้กล่าวถึงไว้บ้างแล้วในตอนต้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าไม้สักทองในธรรมชาติจะขึ้นอยู่เฉพาะทางภาคเหนือ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม้สักจะขึ้นทางภาคอื่นไม่ได้
การเตรียมพื้นที่
ควรใช้เครื่องจักรกลโดยใช้รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบหรือล้อยางติดใบมีดหน้า ปรับพื้นที่ ล้มไม้ยืนต้นและกำจัดเศษไม้ปลายไม้ที่กีดขวางออกให้หมด แล้วใช้รถแทรกเตอร์ล้อยางเข้าไถบุกเบิก 1 ครั้งและพรวนสลับอีก 1 ครั้ง สวนสักขนาดใหญ่ควรใช้รถแทรคเตอร์ปรับทำทางตรวจการ กว้าง 6 เมตร แบ่งเป็นแปลงย่อยขนาด 10-50ไร่ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน และควรจัดเตรียมแหล่งน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการรดน้ำต้นสักในหน้าแล้ว และช่วยในการดับไฟด้วย
การปักหลักหมายปลูก
การปักหลักหมายปลูก ดำเนินการหลังจากได้เตรียมพื้นที่เสร็จแล้ว ระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับการปลุกไม้สักทอง ควรปลูกระยะ 3x3 เมตร (178 ต้นไร่) หรือ 2x4 เมตร (200 ต้น/ไร) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ปลูก การปลุกระยะ 2x4 เมตร ควรพิจารณาปลูกเมื่อแน่ใจว่ามีตลาดรับซื้อไม้สักทองขนาดเล็กที่ตัดสางออกเมื่อต้นสักอายุ 5 ปี ถ้าไม่แน่ใจว่ามีตลาดรับซื้อ ควรปลูกระยะ 3x3 เมตร
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ที่มาของข้อมูล
หนังสือคู่มือการเกษตร
การปลูกและดูแลรักษาสวนป่า ไม้สักทอง ไม้เศรษฐกิจของชาติ
เรียบเรียงโดย ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์